เมื่อเปรียบเทียบกับอาหารอย่างอื่นที่ทำกินในงานปอย “แก๋งโฮะ” หรือบางคนเรียก “คั่วโฮะ” ไม่น่าจะมีความหมายมงคลนัก แต่กลับทำกินกันมากหลังเสร็จงานปอย “โฮะ” เป็นคำเมือง แปลว่า เอามารวมๆกัน โดยปกติตามงานปอยคนเมืองมักทำแกงฮังเล แกงอ่อม ลาบ ต้มจืดวุ้นเส้น แกงหน่อไม้ แกงกะทิ ห่อนึ่ง
กัน เมื่อเป็นอาหารทำถวายพระก็ล้วนทำจากของดีๆ แต่พออาหารเหล่านี้เหลือ ก็นึกเสียดาย คนโบร่ำโบราณจึงนำมาผัดรวมกัน แล้วใส่เครื่องปรุงอื่นๆเพิ่มเข้าไป เพื่อกลบกลิ่นเหม็นบูด เช่น หน่อไม้ดอง ใบมะกรูด ตะไคร้ บางบ้านโรยผงกะหรี่ลงไปด้วย กลายเป็นอาหารจานอร่อย แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า “แกงโฮะ” มาตอนหลังเมื่อมีคนนิยมกินกันมากขึ้น เครื่องปรุงแกงโฮะจึงได้มาจากของดี ไม่ใช่ของใกล้เสียอย่างแต่ก่อน แต่เครื่องปรุงอันจะช่วยชูรสให้กับแกงโฮะได้ดี คือ หน่อไม้ส้มหรือหน่อไม้ดอง ช่วยเพิ่มรสเปรี้ยว นอกจากนี้บางคนจะเลือกใส่ผักที่ตัวเองชอบได้หลายๆอย่าง จึงกลายเป็นโฮะแบบใหม่ กิ๋นแล้วลำได้เหมือนกัน

แกงฮังเล 2 ถ้วย
แกงเผ็ดหมู 2 ถ้วย
หน่อไม้ดอง 150 กรัม
วุ้นเส้นแห้งแช่น้ำจนนุ่มตัดท่อนสั้น 150 กรัม
มะเขือเปราะผ่าสี่ 5 ลูก
มะเขือพวง ½ ถ้วย
ถั่วฝักยาวหั่นท่อนขนาด 0.5 นิ้ว 6 ฝัก
น้ำปลา 1½ ช้อนโต๊ะ
ยอดและใบตำลึงเด็ด 1 ถ้วย
ผักชีฝรั่งหั่นท่อน 1 ซม. 3 ต้น
ผักชีหั่นท่อน 1 ซม. 2 ต้น
ต้นหอมหั่นท่อน 1 ซม. 2 ต้น
พริกขี้หนูแห้งทอด 10 เม็ด
METHOD
1. ตั้งกระทะบนไฟกลางจนร้อน ใส่แกงฮังเล และแกงเผ็ดหมู ผัดจนเข้ากัน ใส่หน่อไม้ดอง ตามด้วยวุ้นเส้น มะเขือเปราะ มะเขือพวง และถั่วฝักยาว ผัดจนผักสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา ใส่ตำลึง ผักชีฝรั่ง ผักชี และต้นหอม ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ

2. ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยพริกขี้หนูแห้งทอด เสิร์ฟ
หมายเหตุ

หากไม่มีแกงเผ็ด เปลี่ยนเป็นแกงเขียวหวาน

ขอบคุณข้อมูล รูปภาพ