#หมูสะเต๊ะสูตรชาววัง #แชร์เก็บไว้เลย

การเลือกเนื้อหมูควรเลือกใช้เนื้อหมูส่วนสันใน เพราะจะเป็นส่วนที่นุ่มรสชาติดีที่สุด เนื้อหมู 1 กิโล จะสามารถเสียบได้ประมาณ 120- 130 ไม้

#การหมักหมูสะเต๊ะ
ในการหมักหมูสะเต๊ะนั้นน้ำหมักหมู จะเป็นหัวใจสำคัญหมูจะนุ่มอร่อยขึ้นอยู่กับขั้นตอนการหมักหมูต้องมีสูตรหมักหมูที่เป็นสูตรเฉพาะ

สูตรน้ำหมักหมูสะเต๊ะ/ หมู 1 กก.
มะพร้าวขูด 1/2 กิโลกรัม
ผงกะหรี่ 7 กรัม
น้ำตาลทราย 80 กรัม
สีเหลืองผสมอาหาร 1 ซอง
นมข้นจืด 1/4 กระป๋อง
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

** สูตรนี้เป็นแนวทาง อาจจะปรับเพิ่มหรือลดลง ตามความชอบ **

#วิธีการทำน้ำหมักหมูสะเต๊ะ
1.เริ่มจากการคั้นกะทิแยกหัว-หาง นำหัวกะทิตั้งไฟปานกลาง ตักหางกะทิทีแยกไว้เติมลงไปบ้าง ใช้ไม้พายคนให้กะทิเดือด 1 ครั้ง แล้วดับไฟ ไม่ต้องให้กะทิแตกมัน
2.จากนั้นให้ใส่น้ำตาลทราย น้ำปลา ผงกะหรี่ สีผสมอาหาร นมข้นจืด คนให้เข้ากันดี
3.นำหมูทื่หั่นไว้ มาหมักในน้ำหมัก คลุกเคล้าด้วยมือเบาๆ ให้เข้ากันดี
4.นำหมูที่หมักแล้ว เข้าไปแช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาๆ 3 ชัวโมง
5.พอหมักได้ที่ ครบ 3 ชั่วโมง ให้นำหมูออกมาเสียบไม้ และเรียงหมูสะเต๊ะใส่ถาดไว้โห้เรียบร้อย
6.ขั้นตอนต่อไปให้นำหมูที่เสียบไม้แล้วแช่ไว้ในช่องฟรีชอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

****
หมูหมัก ถ้าวางด้านล่างตู้เย็นต้องเร่งความเย็นเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อหมูเขียว หมูหมักทีแช่ไว้ในช่องฟรีซ เวลาจะนำออกมาปิ้งขายก็ละลายน้ำแข็งก่อน
หมูหมักที่แช่ไว้ในช่องฟรีซ สามารถเก็บไว้ได้นาน 3 เดือน โดยทีรสชาติไม่เปลี่ยนแปลงเลยทีเดียว น้ำหมักหมูสะเต๊ะก็เช่นเดียวกันหากนำใส่ขวดแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาสามารถเก็บไว้ได้ 3 เดือน
เวลาจะใช้ห้ามนำไปอุ่นไฟเด็ดขาด เพียงแต่นำมาคนๆ ให้ตะกอนเข้ากันใช้ได้แล้ว และเวลาใช้ให้ราดพอชุ่มเพราะหมูสันในจะนุ่มอยู่แล้วพอราดน้ำหมักเข้าหมูจัดูดน้ำหมักเข้า

**เคล็ดลับ**
การนำหมูที่หมักแล้วมาใส่ช่องฟรีซเอาไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง จะทำให้เนื้อนุ่ม และเครื่องปรุงรสต่างๆชึมซับเข้าไปในเนื้อหมูสะเต๊ะได้ดี เหตุฑิ
และจะทำให้หมูมีความหนืด เสียบไม้ได้ง่ายๆอีกด้วย

#สูตรน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ สูตรนี้ใช้กับหมู 1,000 ไม้
สำหรับสูตรน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะนั้นมีดังนี้
มะพร้าวขูด 5 กก.
น้ำตาลปิ๊บ 1.5 กก.
น้ำปลา 1/2 ถ้วย
น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยน้ำพริกหมูสะเต๊ะ 0.5 กก.
ถั่วลิสงคั่ว 0.5 กก.

#ขั้นตอนการทำน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ
1.นำมะพร้าวมาคั้นแยกหัวกะทิ และหางกะทิ แล้วนำหัวกะทิตั้งไฟเคี่ยวใช้ไฟแรง คนไปทางเดียวตลอดรอจนกะทิแตกมัน ระวังอย่าให้ก้นหม้อไหม้ ถ้าไหม้ให้เปลี่ยนหม้อทีใช้เคี่ยวเลย เพราะจะทำให้น้ำจิ้มที่ได้มีกลิ่นเหม็นไหม้
2.แยกเปลือกถั่วลิสงออก และน้ำถั่วมาปั่นรวมกับหางกะทิจนละเอียดเป็นน้ำนม จากนั้นนำส่วนผสมมาใส่ในหม้อเคี่ยวกะทิ และเคี่ยวต่อให้แตกมัน
3.ใส่น้ำตาลปี๊บ คนจนน้ำตาลละลาย ใส่น้ำปลา น้ำส้มสายซูลงไป
4.ใส่น้ำพริกหมูสะเต๊ะลงไปแล้วคนจนละลายหมด ช่วงนี้ควรใช้ไฟแรง เพื่อให้น้ำพริกละลายหมดและแตกมันลอยขึ้นมา จากนั้นค่อยปรับใช้ไฟอ่อน คนเบาๆไปเรื่อยๆ จนได้ที่จึงปิดไฟ
*** การเก็บรักษาน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ โดยการใส่ขวดปิดฝาให้ดี แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาเก้บไว้ได้นาน 3 เดือน

#ส่วนผสมอาจาด
น้ำตาลทราย 2 กก.
เกลือป่น 1 ถุง
น้ำส้มสายชู 1 ขวด
แตงกวาหั่น
หอมแขกหั่น
พริกชี้ฟ้าเหลือง แดงซอย

#วิธีทำ
ก็นำส่วนผสมทั้ง หมดมาผสมกันแล้ว ตั้งไฟปานกลาง คนให้น้ำตาลละลาย แล้วปล่อยให้เดือด 1 ครั้งปิดไฟ ปรุงรสให้ถูกใจ

#การปิ้งหมูสะเต๊ะให้อร่อย

– เตรียมเตาปิ้งให้พร้อม จะเป็นเตาอะลูมิเนียมหรือเตาเหล็กก็ได้เอาให้ขนาดพอดี กะว่าปิ้งได้ครั้งละ 30 ไม้ กำลังเหมาะสม
– ถ่านที่ใช้ ควรเป็นไม้โกงกาง ให้ความร้อนได้ดีกว่าถ่านไม้อื่นๆ และจะทำให้หมูสะเต๊ะมีกลิ่นหอมมากกว่าถ่านไม้อย่างอื่น
– เวลาปิ้งหมูสะเต๊ะ เมื่อนำหมูวางบนเตาให้พรมกะทิให้ชุ่มๆทันที เพื่อป้องกันหมูสะเต๊ะแห้งเกินไป หรือจะพรมตลอดก็ได้
– พอพรมกะทิเสร็จ ต้องกลับหมูสะเต๊ะทันที ไม่งั้นจะไหม้ได้ และควรพลิกทีเดียวหลายๆ ไม้พร้อมๆกัน
– เมื่อเห็นหมูสะเต๊ะเปลี่ยนสีแสดงว่าสุกพอดีแล้ว อย่าให้สุกมาก จะแห้งเกินไปไม่น่าอร่อย

***รสชาติความอร่อยและความหอมอาจจะอยู่ที่การปิ้งด้วยเตาถ่าน

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
ขอบคุข้อมูล รูปภาพ